Technical SEO

SEO Audit ตรวจเว็บเองได้ไหม? Checklist 15 ข้อก่อนจ้างตรวจเต็ม

SEO Audit คือการตรวจสุขภาพเว็บก่อนทำ SEO แจก checklist 15 ข้อที่ตรวจเองได้ ตั้งแต่ crawl, index, canonical, Core Web Vitals ถึง schema และเมื่อไหร่ควรจ้าง

อินโฟกราฟิก SEO Audit ตรวจเว็บเองได้ไหม Checklist 15 ข้อ Crawl Index Core Web Vitals และเครื่องมือฟรี

SEO Audit คือการตรวจสอบเว็บไซต์อย่างเป็นระบบเพื่อหาสิ่งที่ขัดขวางการติดอันดับ ตั้งแต่การเก็บข้อมูลของ Google ความเร็ว On-page ไปจนถึง schema เปรียบเหมือนการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มออกกำลังกาย ถ้าเว็บมีปัญหาพื้นฐาน เช่น Google เก็บข้อมูลไม่ครบ หรือหน้าสำคัญถูกบล็อกโดยไม่ตั้งใจ งานคอนเทนต์และลิงก์ที่ทำหลังจากนั้นจะได้ผลน้อยกว่าที่ควร

ข่าวดีคือปัญหาจำนวนมากคุณตรวจเองได้ด้วยเครื่องมือฟรี บทความนี้ให้ checklist 15 ข้อที่เราใช้เป็นขั้นแรกในการดูเว็บทุกเว็บ พร้อมวิธีตรวจแต่ละข้อ และบอกว่าตรงไหนที่ควรส่งต่อให้มืออาชีพ

เครื่องมือฟรีที่ต้องมีก่อนเริ่ม

  • Google Search Console ต้องยืนยันความเป็นเจ้าของเว็บ นี่คือแหล่งข้อมูลที่ Google บอกคุณเองว่าเห็นเว็บคุณอย่างไร
  • PageSpeed Insights สำหรับความเร็วและ Core Web Vitals
  • Rich Results Test สำหรับตรวจ schema
  • Screaming Frog SEO Spider เวอร์ชันฟรีเก็บข้อมูลได้ 500 URL เพียงพอสำหรับเว็บขนาดเล็ก

Checklist SEO Audit 15 ข้อ

หมวดที่ 1: Google เข้าถึงและเก็บข้อมูลเว็บได้หรือไม่ (Crawl & Index)

1. ตรวจไฟล์ robots.txt

เปิด yourdomain.com/robots.txt ดูว่ามีบรรทัด Disallow: / ที่บล็อกทั้งเว็บ หรือบล็อกโฟลเดอร์ที่มีหน้าสำคัญหรือไม่ เราเคยเจอเว็บที่นักพัฒนาลืมเอาการบล็อกออกหลังจากย้ายจากเซิร์ฟเวอร์ทดสอบ ทำให้หายจาก Google หลายเดือน

2. ตรวจจำนวนหน้าที่ถูก index

ใน Search Console ไปที่ “การจัดทำดัชนีหน้า” เทียบจำนวนหน้าที่ index แล้วกับจำนวนหน้าจริงที่คุณต้องการให้ติด ถ้าน้อยกว่ามาก แปลว่า Google ยังเก็บไม่ครบ ถ้ามากกว่ามาก แปลว่ามีหน้าขยะ เช่น หน้าผลการค้นหาภายในเว็บ หรือหน้า tag ถูกเก็บไปด้วย

3. ตรวจ sitemap.xml

ต้องมี ต้องส่งใน Search Console และต้องมีเฉพาะ URL ที่ตอบ 200 และต้องการให้ติด ไม่ควรมี URL ที่ redirect หรือ 404 ปนอยู่

4. ตรวจ noindex ที่ไม่ตั้งใจ

ใช้ Screaming Frog กรองหน้าที่มี meta robots เป็น noindex แล้วดูว่ามีหน้าสำคัญหลุดเข้าไปไหม ปลั๊กอิน SEO บางตัวตั้งค่านี้ให้หน้าหมวดหมู่โดยอัตโนมัติ

5. ตรวจ canonical

ทุกหน้าควรมี canonical tag ชี้มาที่ตัวเองหรือหน้าต้นฉบับ ปัญหาที่พบบ่อยคือ canonical ชี้ไป http แทน https, ชี้ไปหน้าแรกทั้งเว็บ หรือมี www กับไม่มี www ปนกัน ซึ่งทำให้ Google สับสนว่าหน้าไหนคือตัวจริง

หมวดที่ 2: ความเร็วและประสบการณ์ผู้ใช้

6. ตรวจ Core Web Vitals

ใน Search Console ดูรายงาน “Core Web Vitals” ทั้งมือถือและเดสก์ท็อป ค่าที่ Google ใช้คือ LCP (โหลดเนื้อหาหลักไม่เกิน 2.5 วินาที), INP (ตอบสนองไม่เกิน 200 มิลลิวินาที) และ CLS (หน้าไม่กระโดดเกิน 0.1) หน้าที่อยู่ในกลุ่ม “ไม่ดี” ควรแก้ก่อน

7. ตรวจการใช้งานบนมือถือ

เปิดเว็บบนมือถือจริง ดูว่าปุ่มกดได้ ตัวอักษรอ่านได้โดยไม่ต้องซูม และไม่มีป๊อปอัปบังเนื้อหาทั้งหน้า ผู้ใช้ในไทยส่วนใหญ่ค้นหาผ่านมือถือ และ Google ใช้เวอร์ชันมือถือเป็นหลักในการจัดอันดับ

8. ตรวจ HTTPS และ redirect

ทุกเวอร์ชันของโดเมน (http, https, www, ไม่มี www) ต้อง redirect มาที่เวอร์ชันเดียวด้วย 301 และไม่มี redirect ต่อกันหลายชั้น

หมวดที่ 3: On-page และเนื้อหา

9. ตรวจ title tag

ทุกหน้าต้องมี title ที่ไม่ซ้ำกัน ยาวประมาณ 50-60 ตัวอักษร มีคีย์เวิร์ดหลักของหน้านั้น และสื่อว่าหน้านี้เกี่ยวกับอะไร ใช้ Screaming Frog กรอง title ที่ซ้ำ หายไป หรือยาวเกิน

10. ตรวจ meta description

ไม่มีผลต่ออันดับโดยตรง แต่มีผลต่อการคลิก ควรมีทุกหน้าสำคัญ ยาว 120-155 ตัวอักษร และมีเหตุผลให้คลิก

11. ตรวจโครงสร้าง heading

แต่ละหน้าควรมี H1 เดียว ตามด้วย H2 และ H3 ที่แบ่งเนื้อหาเป็นลำดับ ปัญหาที่พบบ่อยคือธีมใช้ H1 กับโลโก้ทุกหน้า หรือใช้ heading เพื่อทำตัวหนาโดยไม่ได้แบ่งโครงสร้าง

12. ตรวจเนื้อหาซ้ำและหน้าบาง

หน้าที่มีเนื้อหาน้อยกว่า 100-200 คำ หรือหน้าที่เนื้อหาเหมือนกันเกือบทั้งหมด เช่น หน้าสินค้าที่ต่างกันแค่สี ควรรวม ปรับ หรือตั้งค่า canonical ให้ถูกต้อง

หมวดที่ 4: โครงสร้างลิงก์และข้อมูลที่มีโครงสร้าง

หน้าสำคัญควรเข้าถึงได้ภายใน 3 คลิกจากหน้าแรก และมีลิงก์จากหน้าอื่นชี้มาหลายทาง ใช้ Screaming Frog ดู “Inlinks” ของแต่ละหน้า หน้าที่มีลิงก์เข้า 0-1 ลิงก์คือหน้าที่ Google มองว่าไม่สำคัญ

14. ตรวจลิงก์เสีย

ลิงก์ภายในที่ชี้ไปหน้า 404 ทำให้ทั้งผู้ใช้และ Google เสียเวลา แก้โดยเปลี่ยนลิงก์ไปหน้าที่ถูกต้อง หรือ redirect หน้าเก่า

15. ตรวจ schema markup

ใช้ Rich Results Test ทดสอบหน้าแรก หน้าบริการ และบทความ อย่างน้อยควรมี Organization หรือ LocalBusiness, และ Article หรือ FAQPage ตามประเภทหน้า schema ที่ผิดพลาดแย่กว่าไม่มี

ตารางสรุป checklist และเครื่องมือ

ข้อสิ่งที่ตรวจเครื่องมือระดับความเร่งด่วนถ้าพบปัญหา
1-5Crawl & IndexSearch Console, Screaming Frogสูงมาก
6-8ความเร็ว, มือถือ, HTTPSPageSpeed Insights, Search Consoleสูง
9-12Title, meta, heading, เนื้อหาScreaming Frogปานกลางถึงสูง
13-14Internal link, ลิงก์เสียScreaming Frogปานกลาง
15SchemaRich Results Testปานกลาง

สิ่งที่ checklist นี้ยังไม่ครอบคลุม

การตรวจ 15 ข้อข้างต้นจับปัญหาพื้นฐานได้ แต่ SEO Audit เต็มรูปแบบที่เราทำครอบคลุมมากกว่านั้น เช่น

  • วิเคราะห์ log ของเซิร์ฟเวอร์เพื่อดูว่า Googlebot ใช้เวลากับหน้าไหนจริง ๆ
  • ตรวจโปรไฟล์ backlink เพื่อหาลิงก์เสี่ยง อ่านเพิ่มที่ backlink คุณภาพวัดจากอะไร
  • เปรียบเทียบเนื้อหากับคู่แข่งที่ติดหน้าแรกว่าขาดอะไร
  • ตรวจ JavaScript rendering สำหรับเว็บที่สร้างด้วย React, Vue หรือ Next.js
  • ตรวจ hreflang สำหรับเว็บหลายภาษา
  • ตรวจ faceted navigation และ crawl budget สำหรับ e-commerce
  • ประเมินว่าหน้าตอบ search intent ตรงหรือไม่

เมื่อไหร่ควรจ้าง SEO Audit เต็มรูปแบบ

ควรพิจารณาจ้างเมื่อเข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่ง

  1. traffic ตกอย่างไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะตกทันทีหลังวันที่ Google ประกาศอัปเดต
  2. ทำ SEO มาแล้ว 6 เดือนขึ้นไปแต่ไม่ขยับ ซึ่งมักมีปัญหาโครงสร้างที่มองไม่เห็นจากภายนอก ดูสาเหตุที่พบบ่อยใน 12 สาเหตุที่เว็บไม่ติดอันดับ
  3. กำลังจะย้ายเว็บ เปลี่ยนโดเมน หรือทำเว็บใหม่ การ audit ก่อนย้ายป้องกันการสูญเสียอันดับที่สะสมมา
  4. เว็บมีหลายพันหน้า เช่น e-commerce ที่การตรวจด้วยมือไม่ทันและต้องการการวิเคราะห์เชิงลึก
  5. เพิ่งเลิกจ้างเอเจนซี่เจ้าเดิม และไม่แน่ใจว่าเขาทำอะไรทิ้งไว้บ้าง
  6. กำลังจะซื้อโดเมนหรือเว็บที่มีอยู่แล้ว เพื่อดูประวัติและความเสี่ยง

สรุป

SEO Audit เบื้องต้น 15 ข้อครอบคลุมการเก็บข้อมูล การ index, canonical, Core Web Vitals, title, heading, internal link และ schema ซึ่งคุณตรวจเองได้ด้วยเครื่องมือฟรี และควรทำก่อนลงทุนกับคอนเทนต์หรือลิงก์ ส่วนการตรวจเต็มรูปแบบเหมาะกับกรณี traffic ตก ทำ SEO แล้วไม่ขยับ ย้ายเว็บ หรือเว็บขนาดใหญ่ ที่ต้องอาศัยการวิเคราะห์เชิงลึกและประสบการณ์ในการจัดลำดับความสำคัญ

ถ้าตรวจตาม checklist แล้วเจอปัญหาที่ไม่แน่ใจว่าจะแก้อย่างไร ดูบริการ SEO Audit ของเรา หรือส่งเว็บมาให้เราประเมินขอบเขตงานและใบเสนอราคา

FAQ

คำถามที่พบบ่อย

SEO Audit คืออะไร?

SEO Audit คือการตรวจสอบเว็บไซต์อย่างเป็นระบบเพื่อหาสิ่งที่ขัดขวางการติดอันดับ ครอบคลุมด้านเทคนิค เช่น การเก็บข้อมูลและความเร็ว ด้านเนื้อหา เช่น title และโครงสร้างหน้า และด้านลิงก์ ผลลัพธ์คือรายการปัญหาที่จัดลำดับความสำคัญพร้อมวิธีแก้

ตรวจ SEO เองด้วยเครื่องมือฟรีได้ไหม?

ได้ในระดับเบื้องต้น Google Search Console, PageSpeed Insights และ Rich Results Test ใช้ฟรีและครอบคลุมปัญหาพื้นฐานได้มาก แต่การวิเคราะห์ว่าปัญหาไหนสำคัญที่สุดและเชื่อมโยงกันอย่างไรต้องอาศัยประสบการณ์

SEO Audit ราคาเท่าไหร่?

SEONo1 เสนอราคาตามขนาดและความซับซ้อนของเว็บ เว็บบริษัทไม่กี่สิบหน้ากับ e-commerce หลายพันหน้ามีปริมาณงานต่างกันมาก ส่งเว็บมาให้เราประเมินได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ควรทำ SEO Audit บ่อยแค่ไหน?

แนะนำตรวจเต็มรูปแบบปีละครั้ง หรือทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงใหญ่ เช่น ย้ายโฮสต์ เปลี่ยนโครงสร้างเว็บ เปลี่ยนธีม หรือหลัง traffic ตกอย่างไม่ทราบสาเหตุ ส่วนการตรวจเบื้องต้นผ่าน Search Console ควรดูทุกเดือน

อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง

SEO Guide · อ่าน 8 นาที

รับทำ SEO ราคาเท่าไหร่ในปี 2569? เปรียบเทียบทุกแบบก่อนจ่าย

รับทำ SEO ราคาปี 2569 มีทั้งรายเดือน รายคีย์เวิร์ด และรายโปรเจกต์ เปรียบเทียบข้อดี ข้อเสีย ช่วงราคาจริง และสัญญาณเตือนที่ควรระวังก่อนตัดสินใจจ้าง

SEO Strategy · อ่าน 8 นาที

เลือกบริษัทรับทำ SEO อย่างไรไม่ให้เสียเงินฟรี? 10 ข้อต้องเช็ก

วิธีเลือกบริษัทรับทำ SEO ให้ได้เจ้าที่ทำงานจริง พร้อม 10 ข้อที่ต้องเช็กก่อนเซ็นสัญญา สัญญาณอันตรายที่ควรถอยทันที และคำถามที่ควรถามในการประชุมครั้งแรก

SEO Guide · อ่าน 7 นาที

ทำ SEO กี่เดือนติดหน้าแรก? ตารางประมาณการตามระดับแข่งขัน

ทำ SEO กี่เดือนติดหน้าแรก ขึ้นอยู่กับ 6 ปัจจัย ดูตารางประมาณการตามระดับการแข่งขัน สิ่งที่เกิดขึ้นแต่ละเดือน และเหตุผลที่การันตีอันดับคือสัญญาณอันตราย

เริ่มต้นจากปัญหาที่ถูกต้อง

ส่งเว็บไซต์มาให้เราประเมินก่อน ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด

บอกเราว่าธุรกิจของคุณอยากได้ลูกค้าจากคำค้นไหน เราจะบอกตรง ๆ ว่าเว็บคุณต้องแก้อะไร ใช้เวลาเท่าไหร่ และคุ้มที่จะลงทุนหรือไม่