Google Ads

Keyword Planner คืออะไร? วิธีใช้ทีละขั้น อ่านค่าให้ถูก

Keyword Planner คือเครื่องมือหาคีย์เวิร์ดใน Google Ads สอนใช้ทีละขั้น อ่านค่า search volume, competition, bid และข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนใช้

อินโฟกราฟิก Keyword Planner คืออะไร ใช้ยังไง หาไอเดียคีย์เวิร์ด ดูจำนวนการค้นหาต่อเดือน อ่านค่า Competition และ Bid และพยากรณ์คลิกและค่าใช้จ่าย

Keyword Planner คือเครื่องมือในบัญชี Google Ads ที่ช่วยหาไอเดียคีย์เวิร์ด ดูจำนวนการค้นหาเฉลี่ยต่อเดือน ระดับการแข่งขัน และช่วงราคาเสนอ เพื่อวางแผนแคมเปญ Search ก่อนเสียเงินจริง บทความนี้สอนใช้ keyword planner ทีละขั้น อธิบายความหมายของแต่ละคอลัมน์ วิธีอ่านตัวเลขพยากรณ์ และข้อจำกัดที่ทำให้หลายคนตีความผิด

อัปเดตข้อมูล: 2 ตุลาคม 2569 (ค.ศ. 2026) — ขั้นตอนการใช้งาน นิยามคอลัมน์ และข้อจำกัดในบทความนี้อ้างอิงจากหน้าศูนย์ช่วยเหลือ Google Ads ที่เปิดตรวจในวันดังกล่าว

Keyword Planner คืออะไร ใช้ทำอะไรได้บ้าง?

Keyword Planner คือเครื่องมือวิจัยคีย์เวิร์ดสำหรับแคมเปญ Search ของ Google Ads ใช้หาคีย์เวิร์ดใหม่ ดูตัวเลขการค้นหารายเดือน และประเมินค่าใช้จ่ายของการลงโฆษณากับคีย์เวิร์ดเหล่านั้น

ตามหน้า About Keyword Planner Google อธิบายว่าเครื่องมือนี้ช่วยให้คุณค้นหาคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ ดูค่าประมาณจำนวนการค้นหาต่อเดือน และดูว่าการกำหนดเป้าหมายคีย์เวิร์ดเหล่านั้นมีค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไร งานที่ใช้ Keyword Planner ได้จริงในชีวิตประจำวันมีดังนี้

  • หาคำที่ลูกค้าใช้ค้นจริง จากคำตั้งต้นหรือจากเว็บไซต์ของคุณเอง
  • เทียบว่าคำไหนมีคนค้นมาก คำไหนแทบไม่มีคนค้น ก่อนตัดสินใจลงงบ
  • ดูช่วงราคาเสนอที่ผู้ลงโฆษณารายอื่นเคยจ่าย เพื่อตั้งงบให้สมเหตุสมผล
  • พยากรณ์คลิก การแสดงผล และค่าใช้จ่ายของรายการคีย์เวิร์ดก่อนสร้างแคมเปญ
  • ดูแนวโน้มตามฤดูกาล ว่าคำไหนคนค้นมากในเดือนไหน

ถ้ายังไม่คุ้นกับระบบประมูลและการคิดเงินแบบจ่ายต่อคลิก แนะนำให้อ่าน Google Ads คืออะไร ก่อน เพราะตัวเลขใน Keyword Planner อ้างอิงกลไกการประมูลจากบทความนั้นทั้งหมด

ใช้ Keyword Planner ต้องเสียเงินไหม?

ไม่มีค่าใช้เครื่องมือแยกต่างหาก แต่ต้องมีบัญชี Google Ads ที่ตั้งค่าเสร็จแล้ว Google ระบุในหน้าศูนย์ช่วยเหลือว่าคุณต้องตั้งค่าบัญชีให้เสร็จโดยกรอกข้อมูลการเรียกเก็บเงินก่อน จึงจะใช้ฟีเจอร์พื้นฐานอย่างการค้นหาไอเดียคีย์เวิร์ดได้

การกรอกข้อมูลการเรียกเก็บเงินไม่ได้แปลว่าจะถูกหักเงินทันที ค่าโฆษณาเกิดขึ้นเมื่อมีแคมเปญที่เปิดใช้งานและมีคนคลิกโฆษณาเท่านั้น ข้อควรระวังคือระหว่างสร้างบัญชีใหม่ ระบบอาจพาคุณสร้างแคมเปญแรกไปด้วย ให้ตรวจสถานะแคมเปญทุกครั้งว่าไม่ได้เปิดใช้งานโดยไม่ตั้งใจ

วิธีใช้ Keyword Planner ทีละขั้นตอนทำอย่างไร?

เข้าเมนูเครื่องมือ (Tools) ในบัญชี Google Ads แล้วเลือก Keyword Planner จากนั้นเลือกหนึ่งในสองเครื่องมือหลักตามโจทย์ที่มี คือหาคีย์เวิร์ดใหม่ หรือดูตัวเลขของรายการคีย์เวิร์ดที่มีอยู่แล้ว

เครื่องมือใส่อะไรเข้าไปได้อะไรกลับมาเหมาะกับใคร
Discover new keywordsคำที่เกี่ยวกับธุรกิจ หรือ URL เว็บไซต์รายการไอเดียคีย์เวิร์ดพร้อมตัวเลขย้อนหลังคนที่ยังไม่รู้ว่าลูกค้าค้นด้วยคำอะไร
Get search volume and forecastsรายการคีย์เวิร์ด พิมพ์เอง วาง หรืออัปโหลดไฟล์ CSVตัวเลขย้อนหลังและพยากรณ์ผลของรายการนั้นคนที่มีรายการคีย์เวิร์ดอยู่แล้วและอยากประเมินงบ

ขั้นตอนหาคีย์เวิร์ดใหม่ (Discover new keywords)

  1. เข้าบัญชี Google Ads แล้วเปิดเมนู Tools เลือก Keyword Planner
  2. เลือก Discover new keywords
  3. ใส่คำที่เกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ หรือใส่ URL เว็บไซต์ Google ระบุว่าถ้าเพิ่มและยืนยันเว็บไซต์ ไอเดียจะสร้างจากทั้งเว็บ ไม่ใช่แค่หน้าเดียวที่ใส่
  4. ตั้งตำแหน่งที่ตั้ง ภาษา และเครือข่าย (Google Search หรือรวม Search partners) ให้ตรงกับตลาดที่ขายจริง
  5. กดดูผล แล้วใช้ตัวกรองคัดคำที่ไม่เกี่ยวออก
  6. เลือกคีย์เวิร์ดที่ใช่ บันทึกเข้าแผน หรือดาวน์โหลดไปวิเคราะห์ต่อ

ขั้นตอนดูตัวเลขและพยากรณ์ (Get search volume and forecasts)

  1. เลือก Get search volume and forecasts
  2. พิมพ์หรือวางรายการคีย์เวิร์ด หรืออัปโหลดไฟล์ CSV
  3. ดูแท็บข้อมูลย้อนหลังเพื่อเทียบจำนวนการค้นหาของแต่ละคำ
  4. ดูแท็บพยากรณ์ ทดลองปรับราคาเสนอและงบประมาณเพื่อดูว่าคลิกและค่าใช้จ่ายเปลี่ยนไปอย่างไร

ตัวกรองและการปรับมุมมองที่ควรใช้

หน้า Use Keyword Planner to refine keyword ideas ระบุว่ากรองผลได้ตาม Keyword text, Average monthly searches, Top of page bid ทั้งช่วงต่ำและช่วงสูง, Competition, Organic impression share และ Ad impression share และยังตัดคีย์เวิร์ดที่มีอยู่ในบัญชีแล้วออกได้ นอกจากนี้ยังปรับช่วงวันที่เพื่อดูแนวโน้มตามฤดูกาล และแยกผลตามอุปกรณ์ (คอมพิวเตอร์ มือถือ แท็บเล็ต) หรือตามพื้นที่ได้

คอลัมน์ใน Keyword Planner อ่านยังไงให้ถูก?

สามคอลัมน์ที่ใช้ตัดสินใจบ่อยที่สุดคือ Avg. monthly searches, Competition และ Top of page bid ทั้งสามเป็นข้อมูลย้อนหลัง ไม่ใช่ผลที่รับประกันว่าจะเกิดกับบัญชีของคุณ

ตามหน้า About Keyword Planner forecasts Google นิยามแต่ละคอลัมน์ไว้ดังนี้

คอลัมน์ความหมายตาม Googleอ่านผิดบ่อยแบบไหนวิธีใช้ที่ถูก
Avg. monthly searchesจำนวนครั้งเฉลี่ยที่คนค้นคีย์เวิร์ดนั้นและคำที่ใกล้เคียง ในช่วงเวลาที่เลือกคิดว่าเป็นจำนวนคลิกที่จะได้ใช้เทียบขนาดความต้องการระหว่างคำ
Competitionระดับการแข่งขันของผู้ลงโฆษณา Low, Medium, High เทียบกับคีย์เวิร์ดทั้งหมดบน Googleคิดว่าเป็นความยากของ SEOใช้ประเมินว่าการประมูลคำนั้นแน่นแค่ไหน
Top of page bid (low range)เปอร์เซ็นไทล์ที่ 20 ของราคาเสนอที่เคยจ่ายเพื่อแสดงบนสุดคิดว่าเป็นราคาขั้นต่ำที่ต้องจ่ายใช้เป็นขอบล่างของการตั้งงบ
Top of page bid (high range)เปอร์เซ็นไทล์ที่ 80 ของราคาเสนอที่เคยจ่ายเพื่อแสดงบนสุดคิดว่าเป็นราคาสูงสุดใช้เป็นขอบบนของการตั้งงบ

ข้อที่ต้องจำคือ Google ระบุว่า ตัวเลขย้อนหลังอย่าง average monthly searches แสดงเฉพาะแบบ exact match ส่วนการพยากรณ์ทราฟฟิกจะคำนึงถึง match type ของคีย์เวิร์ดด้วย ตัวเลขสองส่วนนี้จึงอาจไม่ตรงกัน

ตัวอย่างจริงจากงานของเราเอง คำว่า “keyword planner” ที่เป็นหัวข้อของบทความนี้ มีจำนวนการค้นหาเฉลี่ยประมาณ 1,000 ครั้งต่อเดือน และลดลง 32% เทียบปีก่อน ตามข้อมูลที่ดึงจาก Keyword Planner เมื่อ 27 กันยายน 2569 เราใช้ตัวเลขแบบนี้จัดลำดับว่าจะเขียนบทความไหนก่อน ไม่ใช่เดาหัวข้อเอง

ตัวเลขพยากรณ์ (Forecasts) เชื่อได้แค่ไหน?

ตัวเลขพยากรณ์เป็นค่าประมาณที่ระบบคำนวณจากราคาเสนอ งบประมาณ ฤดูกาล และคุณภาพโฆษณาในอดีต ใช้เป็นจุดตั้งต้นวางงบได้ แต่ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่รับประกัน

หน้าเอกสารพยากรณ์ของ Google ระบุว่าการพยากรณ์ประกอบด้วยคลิก ค่าใช้จ่าย การแสดงผล CTR และ Avg. CPC ส่วนหน้า About Keyword Planner ระบุว่าพยากรณ์จะ รีเฟรชทุกวันและอิงข้อมูล 7–10 วันล่าสุด ปรับตามฤดูกาลแล้ว

วิธีคิดงบจากตัวเลขพยากรณ์

ตัวอย่างสมมติ ร้านรับซ่อมแอร์ใส่ 3 คีย์เวิร์ดในแท็บพยากรณ์ แล้วได้ตัวเลขต่อเดือนตามตารางนี้

คีย์เวิร์ด (สมมติ)คลิกที่พยากรณ์Avg. CPC ที่พยากรณ์วิธีคิดค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
ซ่อมแอร์ ใกล้ฉัน3008 บาท300 × 82,400 บาท
ล้างแอร์ ราคา2006 บาท200 × 61,200 บาท
แอร์ไม่เย็น1004 บาท100 × 4400 บาท
รวม600เฉลี่ยประมาณ 6.67 บาท4,000 ÷ 6004,000 บาท

ค่าใช้จ่ายรวมคือ 2,400 + 1,200 + 400 = 4,000 บาท และ CPC เฉลี่ยของทั้งชุดคือ 4,000 ÷ 600 ≈ 6.67 บาท ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยของ 8, 6 และ 4 บาท (ซึ่งได้ 6 บาท) เพราะคำที่ CPC สูงมีคลิกมากกว่า ตัวเลขชุดนี้บอกได้แค่ว่างบราว 4,000 บาทต่อเดือนน่าจะซื้อคลิกได้ประมาณ 600 คลิก แต่ไม่ได้บอกว่าจะได้ลูกค้ากี่คน ต้องวัดต่อด้วย Conversion และอัตราการคลิก ดูวิธีอ่านอัตราการคลิกได้ที่ CTR คืออะไร

Keyword Planner มีข้อจำกัดอะไรบ้าง?

ข้อจำกัดหลักคือ ตัวเลขทุกตัวเป็นค่าประมาณจากข้อมูลย้อนหลัง และบางคีย์เวิร์ดไม่มีข้อมูลเลย Google ระบุข้อจำกัดเหล่านี้ไว้ในเอกสารเอง

  • คีย์เวิร์ดที่มีปริมาณการค้นหาต่ำมาก หรือคีย์เวิร์ดที่ถือว่าอ่อนไหว จะไม่ถูกแสดงเป็นไอเดียและพยากรณ์ไม่ได้
  • ตัวเลขการค้นหาย้อนหลังแสดงเฉพาะแบบ exact match แต่การพยากรณ์คิดตาม match type จริง
  • พยากรณ์อาจต่ำกว่าที่คาด จากคุณภาพโฆษณาในอดีต ปริมาณการค้นหาต่ำ หรือนโยบายของเครือข่าย
  • ผลจริงอาจต่างจากพยากรณ์ ถ้าคุณเป็นผู้ลงโฆษณารายใหม่ ลงโฆษณาบน Display Network กำหนดเป้าหมายพื้นที่เล็ก หรือมีคีย์เวิร์ดซ้ำกันหลายแคมเปญ
สถานการณ์ทำไมตัวเลขคลาดเคลื่อนควรทำอย่างไร
บัญชีใหม่ยังไม่มีประวัติระบบไม่มีข้อมูลคุณภาพโฆษณาของคุณให้อ้างอิงตั้งงบทดลองระยะสั้น แล้วเทียบผลจริงกับพยากรณ์
ขายเฉพาะพื้นที่เล็กปริมาณการค้นหาน้อยจนข้อมูลไม่นิ่งขยายพื้นที่ดูแนวโน้มก่อน แล้วค่อยตั้งเป้าหมายจริง
คำเฉพาะทางมากคำที่คนค้นน้อยมากไม่ถูกแสดงใช้รายงาน Search terms จากแคมเปญจริงเสริม
สินค้าตามฤดูกาลค่าเฉลี่ยรายเดือนเกลี่ยช่วงพีกออกปรับช่วงวันที่ดูรายเดือน

ใช้ Keyword Planner ทำ SEO ได้ไหม?

ใช้ได้ในระดับหาไอเดียและเทียบขนาดความต้องการของแต่ละคำ แต่ Keyword Planner ออกแบบมาเพื่อวางแผนโฆษณา ตัวเลขบางคอลัมน์จึงไม่ได้ตอบคำถามแบบ SEO

จุดที่มักใช้ผิดคือดูคอลัมน์ Competition แล้วสรุปว่าคำนั้นทำอันดับง่าย ทั้งที่ค่านี้วัดจำนวนผู้ลงโฆษณาที่แข่งกัน ไม่ใช่ความยากของการติดอันดับแบบธรรมชาติ แนวทางที่ใช้ได้จริงคือใช้ Keyword Planner คัดคำที่มีคนค้น แล้วตรวจอันดับปัจจุบันของเว็บคุณด้วย เครื่องมือเช็กอันดับฟรี และดูความต่างของสองช่องทางได้ใน SEM คืออะไร กับ SEO กับ Google Ads ต่างกันอย่างไร

ให้ SEONo1 ช่วยวางแผนคีย์เวิร์ดและแคมเปญได้ไหม?

ได้ ทีม SEONo1 ช่วยคัดคีย์เวิร์ดจากข้อมูล Keyword Planner วางโครงสร้างแคมเปญ ตั้ง Negative Keyword ติดตั้ง Conversion Tracking และปรับแต่งทุกเดือนจากผลจริง ค่าดูแล 3,500 บาทต่อเดือน ไม่รวมงบโฆษณาและ VAT 7% หากงบโฆษณาเกิน 30,000 บาทต่อเดือน คิดที่ 15% ของงบโฆษณา และบัญชีโฆษณาเป็นชื่อของคุณเสมอ

ดูรายละเอียดได้ที่ รับทำ Google Ads เทียบบริการอื่นที่ หน้าแพ็กเกจ หรือ ติดต่อทีมเพื่อประเมินคีย์เวิร์ดของธุรกิจคุณ

สรุป

Keyword Planner คือเครื่องมือในบัญชี Google Ads สำหรับหาไอเดียคีย์เวิร์ด ดูจำนวนการค้นหาเฉลี่ยต่อเดือน ระดับการแข่งขันของผู้ลงโฆษณา และช่วงราคาเสนอบนสุด พร้อมพยากรณ์คลิกและค่าใช้จ่าย ไม่มีค่าใช้เครื่องมือ แต่ต้องกรอกข้อมูลการเรียกเก็บเงินในบัญชีก่อน ตัวเลขทุกตัวเป็นค่าประมาณจากข้อมูลย้อนหลัง จึงควรใช้เป็นจุดเริ่มวางแผน แล้วตรวจสอบกับผลจริงจากแคมเปญเสมอ

FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Keyword Planner คืออะไร?

Keyword Planner คือเครื่องมือในบัญชี Google Ads ที่ช่วยค้นหาไอเดียคีย์เวิร์ดใหม่ ดูจำนวนการค้นหาเฉลี่ยต่อเดือน ระดับการแข่งขัน และช่วงราคาเสนอสำหรับตำแหน่งบนสุด รวมถึงพยากรณ์คลิกและค่าใช้จ่ายก่อนสร้างแคมเปญ Search

ใช้ Keyword Planner ต้องจ่ายเงินไหม?

ไม่มีค่าใช้เครื่องมือแยกต่างหาก แต่ Google ระบุว่าต้องตั้งค่าบัญชี Google Ads ให้เสร็จโดยกรอกข้อมูลการเรียกเก็บเงินก่อน จึงจะใช้ฟีเจอร์พื้นฐานอย่างการค้นหาไอเดียคีย์เวิร์ดได้ การเปิดดูข้อมูลอย่างเดียวไม่ได้ทำให้เสียค่าโฆษณา

ค่า Competition ใน Keyword Planner หมายถึงการแข่งขัน SEO ไหม?

ไม่ใช่ Competition ใน Keyword Planner วัดการแข่งขันของผู้ลงโฆษณาที่ประมูลคีย์เวิร์ดนั้น แบ่งเป็น Low, Medium และ High เทียบกับคีย์เวิร์ดทั้งหมดบน Google จึงไม่ได้บอกว่าการทำอันดับแบบธรรมชาติยากหรือง่าย

ทำไมบางคีย์เวิร์ดไม่มีข้อมูลใน Keyword Planner?

Google ระบุว่าคีย์เวิร์ดที่มีปริมาณการค้นหาต่ำมาก หรือคีย์เวิร์ดที่ถือว่าอ่อนไหว จะไม่ถูกแสดงเป็นไอเดียและไม่สามารถพยากรณ์ได้ การไม่มีตัวเลขจึงไม่ได้แปลว่าไม่มีคนค้นเลย

Top of page bid ใน Keyword Planner คือราคาที่ต้องจ่ายจริงไหม?

ไม่ใช่ราคาตายตัว ช่วง Top of page bid คือเปอร์เซ็นไทล์ที่ 20 และ 80 ของราคาเสนอที่ผู้ลงโฆษณาเคยจ่ายเพื่อแสดงบนสุดของหน้าผลการค้นหา ค่าที่จ่ายจริงขึ้นกับการประมูลแต่ละครั้ง คุณภาพโฆษณา และบริบทการค้นหา

อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง

เริ่มต้นจากปัญหาที่ถูกต้อง

ส่งเว็บไซต์มาให้เราประเมินก่อน ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด

บอกเราว่าธุรกิจของคุณอยากได้ลูกค้าจากคำค้นไหน เราจะบอกตรง ๆ ว่าเว็บคุณต้องแก้อะไร ใช้เวลาเท่าไหร่ และคุ้มที่จะลงทุนหรือไม่