Google Ads

CPC คืออะไร? สูตรคำนวณ ค่าคลิกจริง วิธีลด CPC

CPC คือค่าใช้จ่ายต่อคลิกใน Google Ads อธิบายสูตร Avg. CPC ความต่างของ Max CPC กับ Actual CPC ปัจจัยที่กำหนดค่าคลิกจริง และวิธีลด CPC

อินโฟกราฟิก CPC คืออะไร สูตร Avg. CPC เท่ากับค่าใช้จ่ายรวมหารจำนวนคลิก ความต่าง Max CPC กับ Actual CPC และค่าคลิกที่กำหนดจาก Ad Rank ใน Google Ads

CPC คือค่าใช้จ่ายต่อคลิก (Cost per Click) หรือเงินที่คุณจ่ายให้ Google ทุกครั้งที่มีคนคลิกโฆษณา 1 ครั้ง ตัวเลขที่เห็นในบัญชี Google Ads คือ Avg. CPC ซึ่งคำนวณจากค่าใช้จ่ายรวมของคลิกหารด้วยจำนวนคลิก บทความนี้อธิบายความต่างของ Max CPC, Actual CPC และ Avg. CPC สูตรคำนวณพร้อมตารางตัวอย่าง ปัจจัยที่กำหนดค่าคลิกที่จ่ายจริง และวิธีลด CPC ที่ทำตามได้ทีละขั้น

อัปเดตข้อมูล: 3 ตุลาคม 2569 (ค.ศ. 2026) — นิยาม สูตร และกลไกในบทความนี้อ้างอิงจากหน้าศูนย์ช่วยเหลือ Google Ads ที่เปิดตรวจในวันดังกล่าว

CPC คืออะไรในโฆษณา Google Ads?

CPC คือรูปแบบการคิดเงินที่คุณจ่ายเฉพาะเมื่อมีคนคลิกโฆษณา และยังเป็นชื่อตัวชี้วัดที่บอกว่าแต่ละคลิกมีต้นทุนเท่าไร โฆษณาแสดงกี่ครั้งก็ไม่เสียเงินถ้าไม่มีคนคลิก

ในหน้า Cost per click (CPC): Definition Google อธิบายว่าการเสนอราคาแบบ CPC หมายถึงการจ่ายเงินทุกครั้งที่มีคนคลิกโฆษณา คุณตั้งราคาเสนอสูงสุดต่อคลิกที่เรียกว่า Max CPC และ Google ระบุว่า Max CPC คือจำนวนที่มากที่สุดที่คุณมักจะถูกเรียกเก็บ แต่หลายครั้งจะถูกเก็บน้อยกว่านั้น บางครั้งน้อยกว่ามาก หน้าเดียวกันยังบอกว่าการคิดราคาแบบ CPC บางครั้งเรียกว่า PPC (Pay-per-click)

ถ้ายังไม่คุ้นกับระบบประมูลของ Google แนะนำให้อ่าน Google Ads คืออะไร ก่อน และถ้าสงสัยว่า PPC กับ SEM ต่างกันยังไง อ่านต่อได้ที่ SEM คืออะไร

Max CPC, Actual CPC และ Avg. CPC ต่างกันอย่างไร?

สามตัวนี้คือ “เพดานที่ตั้ง” “ราคาที่จ่ายจริงต่อคลิก” และ “ค่าเฉลี่ยของราคาที่จ่ายจริง” ตามลำดับ คนที่เพิ่งเริ่มยิงโฆษณามักสับสนสามตัวนี้ แล้วตกใจว่าทำไมตัวเลขในรายงานไม่ตรงกับที่ตั้งไว้

ตัวชี้วัดความหมายตาม Googleใครกำหนดใช้ทำอะไร
Max CPCราคาเสนอสูงสุดที่ยอมจ่ายต่อคลิกคุณตั้งเอง หรือระบบ Smart Bidding ตั้งให้คุมเพดานค่าคลิก
Actual CPCเงินที่ถูกเรียกเก็บจริงต่อคลิกผลจากการประมูลแต่ละครั้งสะท้อนการแข่งขันจริง
Avg. CPCค่าใช้จ่ายรวมของคลิก ÷ จำนวนคลิกคำนวณจากผลจริงในช่วงเวลาที่เลือกติดตามต้นทุนต่อคลิกในรายงาน

Max CPC คือเพดาน ไม่ใช่ราคาที่จ่ายเสมอ

หน้า Maximum CPC bid: Definition ยกตัวอย่างว่าถ้าตั้ง Max CPC ไว้ 2 ดอลลาร์ คุณจะไม่จ่ายเกิน 2 ดอลลาร์ต่อคลิก ราคาที่จ่ายจริงจะต่ำกว่าและเรียกว่า Actual CPC ข้อยกเว้นที่ Google ระบุไว้คือกรณีเปิด Enhanced CPC การเสนอราคาแบบ manual บน Search Partners หรือการตั้ง bid adjustment ซึ่งทำให้ค่าคลิกจริงเกิน Max CPC ได้

Actual CPC คือเงินที่ถูกเก็บจริงต่อคลิก

ตามหน้า Actual cost-per-click (CPC): Definition Actual CPC คือจำนวนเงินสุดท้ายที่ถูกเรียกเก็บต่อคลิก ระบบคิดเงิน “เท่าที่จำเป็น” เพื่อให้ Ad Rank ของคุณสูงกว่าผู้ลงโฆษณาที่อยู่ถัดลงไป ถ้าไม่มีคู่แข่งอยู่ด้านล่าง คุณจะจ่ายที่ราคาขั้นต่ำ (reserve price)

Avg. CPC คือค่าเฉลี่ยที่เห็นในรายงาน

ตัวเลขในคอลัมน์ Avg. CPC ของบัญชีคือค่าเฉลี่ยของ Actual CPC ทุกคลิกในช่วงเวลาที่เลือก ไม่ใช่ราคาของคลิกใดคลิกหนึ่ง จึงเป็นตัวเลขที่ใช้วางแผนงบได้ดีที่สุด

สูตรคำนวณ CPC คิดยังไง?

สูตรคือ Avg. CPC = ค่าใช้จ่ายรวมของคลิก ÷ จำนวนคลิก ผลลัพธ์เป็นบาทต่อคลิก ยิ่งต่ำแปลว่าได้คลิกมากขึ้นจากเงินเท่าเดิม

สูตรตามเอกสารของ Google

หน้า Average cost-per-click (Avg. CPC): Definition ระบุว่า Avg. CPC คำนวณจากค่าใช้จ่ายรวมของคลิกหารด้วยจำนวนคลิกทั้งหมด และยกตัวอย่างว่าโฆษณาได้ 2 คลิก คลิกแรก 0.20 ดอลลาร์ คลิกที่สอง 0.40 ดอลลาร์ รวม 0.60 ดอลลาร์ หาร 2 คลิก ได้ Avg. CPC 0.30 ดอลลาร์ ตรวจเลขได้ง่าย ๆ คือ 0.20 + 0.40 = 0.60 และ 0.60 ÷ 2 = 0.30

ตารางตัวอย่างคำนวณ CPC

ตัวอย่างสมมติ ร้านรับติดตั้งแอร์แห่งหนึ่งมี 4 คีย์เวิร์ดในแคมเปญ Search ช่วง 30 วัน

คีย์เวิร์ด (สมมติ)ค่าใช้จ่ายคลิกวิธีคิดAvg. CPC
ล้างแอร์ ใกล้ฉัน3,000 บาท2003,000 ÷ 20015 บาท
ติดตั้งแอร์ ราคา4,500 บาท1504,500 ÷ 15030 บาท
ล้างแอร์ ราคา1,200 บาท1001,200 ÷ 10012 บาท
ซ่อมแอร์ด่วน6,300 บาท906,300 ÷ 9070 บาท
รวมทั้งแคมเปญ15,000 บาท54015,000 ÷ 540ประมาณ 27.78 บาท

ตารางนี้บอกว่า Avg. CPC ของแคมเปญไม่ใช่ค่าเฉลี่ยของ CPC แต่ละคีย์เวิร์ด ถ้านำ 15, 30, 12 และ 70 มาเฉลี่ยกันจะได้ 127 ÷ 4 = 31.75 บาท ซึ่งสูงกว่าตัวเลขจริงของแคมเปญ (ประมาณ 27.78 บาท) เพราะคีย์เวิร์ดที่แพงที่สุดได้คลิกน้อยที่สุด ต้องคิดจากค่าใช้จ่ายรวมหารคลิกรวมเสมอ

ใช้ CPC ประมาณจำนวนคลิกจากงบ

กลับสูตรได้ว่า จำนวนคลิกโดยประมาณ = งบโฆษณา ÷ Avg. CPC ตัวอย่างสมมติ งบเดือนละ 15,200 บาท และ Avg. CPC 20 บาท จะได้ประมาณ 15,200 ÷ 20 = 760 คลิกต่อเดือน ตัวเลขนี้เป็นการประมาณ เพราะค่าคลิกจริงขยับขึ้นลงตามการประมูลทุกครั้ง ถ้ายังไม่มีข้อมูลจริงในบัญชี ใช้ช่วงราคาเสนอจากเครื่องมือวางแผนคีย์เวิร์ดเป็นจุดตั้งต้นได้ ดูวิธีอ่านค่าใน Keyword Planner คืออะไร

CPC ที่จ่ายจริงถูกกำหนดจากอะไร?

ค่าคลิกจริงถูกกำหนดจาก Ad Rank ของคุณเทียบกับ Ad Rank ของผู้ลงโฆษณาที่อยู่ถัดลงไป ไม่ใช่จากราคาเสนอของคุณอย่างเดียว ราคาเสนอสูงจึงไม่ได้แปลว่าต้องจ่ายแพงเสมอ และคุณภาพต่ำก็ทำให้ต้องจ่ายแพงขึ้นเพื่อชนะตำแหน่งเดิม

ตามหน้า Ad Rank: Definition Ad Rank คือชุดค่าที่ใช้ตัดสินว่าโฆษณามีสิทธิ์แสดงไหมและแสดงตำแหน่งใด ปัจจัยที่ใช้คำนวณได้แก่

  • ราคาเสนอ (bid)
  • คุณภาพของโฆษณาและหน้าปลายทาง
  • เกณฑ์ขั้นต่ำของ Ad Rank (Ad Rank thresholds)
  • ความเข้มข้นของการแข่งขันในการประมูล
  • บริบทการค้นหา เช่น ตำแหน่งที่ตั้ง อุปกรณ์ เวลา คำค้น และโฆษณาหรือผลค้นหาอื่นบนหน้าเดียวกัน
  • ผลที่คาดว่าจะได้จาก asset และรูปแบบโฆษณาอื่น

ตัวอย่างการประมูลจากเอกสารของ Google

หน้า Actual CPC ยกตัวอย่างแบบง่ายว่ามีผู้ลงโฆษณา 5 รายที่มี Ad Rank เท่ากับ 80, 50, 30, 10 และ 5 ผู้ที่มี Ad Rank 80 จะจ่ายเท่าที่จำเป็นเพื่อชนะผู้ที่มี Ad Rank 50 โดยปัดขึ้นเป็นหน่วยเงินที่เรียกเก็บได้ ซึ่งในสหรัฐฯ คือ 0.01 ดอลลาร์ ความหมายในทางปฏิบัติคือ ต่อให้คุณตั้ง Max CPC ไว้สูง ถ้าคู่แข่งที่อยู่ถัดลงไปมี Ad Rank ห่างจากคุณมาก ค่าคลิกจริงก็ยังต่ำกว่าเพดานได้มาก

คุณภาพช่วยให้จ่ายน้อยลงได้อย่างไร

Google เขียนไว้ในหน้า Ad Rank ว่า แม้คู่แข่งจะเสนอราคาสูงกว่า คุณยังได้ตำแหน่งที่สูงกว่าในราคาที่ต่ำกว่าได้ ถ้าใช้คีย์เวิร์ดและโฆษณาที่เกี่ยวข้องสูง ส่วน Quality Score ที่เห็นในบัญชี ตามหน้า About Quality Score for Search campaigns เป็นคะแนน 1–10 ระดับคีย์เวิร์ด จาก 3 องค์ประกอบคือ Expected CTR, Ad relevance และ Landing page experience และ Google ย้ำว่า Quality Score ไม่ใช่ตัวแปรในการประมูล แต่เป็นเครื่องมือวินิจฉัยว่าตรงไหนควรแก้ ถ้าอยากเข้าใจ Expected CTR ให้ลึกขึ้น อ่าน CTR คืออะไร

CPC เท่าไหร่ถึงเรียกว่าแพง?

ไม่มีตัวเลขกลางที่ใช้ตัดสินได้ทุกธุรกิจ ค่าคลิกที่ “แพง” สำหรับร้านหนึ่งอาจ “ถูก” สำหรับอีกร้าน วิธีที่แม่นกว่าคือคำนวณ CPC สูงสุดที่ธุรกิจรับได้ จากตัวเลขของคุณเอง

ตัวเลข “CPC เฉลี่ยของอุตสาหกรรม” ที่เห็นตามอินเทอร์เน็ตมักไม่บอกว่าวัดจากประเทศไหน คีย์เวิร์ดแบบไหน และช่วงเวลาใด เราจึงไม่แนะนำให้ใช้ตัดสินแคมเปญของคุณ ให้คำนวณจากสามตัวเลขนี้แทน

  1. กำไรขั้นต้นต่อลูกค้า 1 ราย (ราคาขายหักต้นทุนสินค้าหรือบริการ)
  2. อัตรา Conversion ของหน้าปลายทาง (สัดส่วนคนคลิกที่กลายเป็นลูกค้า)
  3. สัดส่วนของกำไรที่ยอมให้เป็นค่าโฆษณา

ตัวอย่างสมมติ บริการล้างแอร์มีกำไรขั้นต้น 600 บาทต่อลูกค้า ยอมใช้ครึ่งหนึ่งเป็นค่าโฆษณาคือ 300 บาทต่อลูกค้า และหน้าเว็บมีอัตรา Conversion 5% (100 คลิกได้ลูกค้า 5 ราย) CPC สูงสุดที่รับได้คือ 300 × 5% = 15 บาทต่อคลิก ตรวจย้อนได้ว่า 100 คลิก × 15 บาท = 1,500 บาท ได้ลูกค้า 5 ราย เท่ากับ 1,500 ÷ 5 = 300 บาทต่อลูกค้า ตรงกับเป้า

สถานการณ์ (สมมติ)กำไรที่ยอมจ่ายต่อลูกค้าอัตรา ConversionCPC สูงสุดที่รับได้
หน้าเว็บทั่วไป300 บาท2%300 × 2% = 6 บาท
หน้าเว็บที่ปรับแล้ว300 บาท5%300 × 5% = 15 บาท
บริการกำไรสูงขึ้น1,000 บาท5%1,000 × 5% = 50 บาท

ตารางนี้ชี้ว่าการปรับหน้าปลายทางให้ปิดการขายได้ดีขึ้น ทำให้ธุรกิจ “รับ CPC ที่สูงขึ้นได้” โดยยังคุ้ม ซึ่งสำคัญมากในวงการที่ค่าคลิกแข่งขันสูง

ทำไมบางวันค่าใช้จ่ายเกินงบรายวัน?

เพราะ Google อนุญาตให้ใช้จ่ายเกินงบเฉลี่ยรายวันได้ในวันที่มีคนค้นมาก แต่ ทั้งเดือนจะไม่เกิน 30.4 เท่าของงบเฉลี่ยรายวัน จึงไม่ได้แปลว่าค่าคลิกพุ่งหรือถูกเก็บเงินเกิน

ตามหน้า Why daily costs might exceed your average daily budget ในวันหนึ่งแคมเปญอาจใช้จ่ายได้ถึง 2 เท่าของงบเฉลี่ยรายวันเพื่อรับ traffic ที่ผันผวน แต่สิ้นเดือนจะใช้ไม่เกิน 30.4 เท่าของงบเฉลี่ยรายวัน ตัวอย่างสมมติ ตั้งงบเฉลี่ยวันละ 500 บาท บางวันอาจใช้ถึง 500 × 2 = 1,000 บาท แต่ทั้งเดือนไม่เกิน 500 × 30.4 = 15,200 บาท

ข้อนี้ต่างจาก CPC โดยตรง งบรายวันคุมยอดรวม ส่วน Max CPC คุมราคาต่อคลิก ถ้าเห็นค่าใช้จ่ายรายวันสูงแต่ Avg. CPC ไม่เปลี่ยน แปลว่าได้คลิกมากขึ้นในวันนั้น ไม่ใช่คลิกแพงขึ้น

วิธีลด CPC ทำอย่างไร?

ลด CPC ได้สองทาง คือ เพิ่มคุณภาพเพื่อให้ Ad Rank สูงขึ้นในราคาเท่าเดิม และตัดคลิกที่ไม่มีวันเป็นลูกค้าออก ลำดับที่เราแนะนำให้ไล่ทำคือ

  1. เปิดรายงานคำค้นหาจริง (Search terms) แล้วเพิ่ม Negative Keyword ตัดคำที่ไม่เกี่ยว ตามหน้า About negative keywords Google อธิบายว่าช่วยตัดคำค้นที่ไม่เกี่ยวและให้แคมเปญโฟกัสเฉพาะคำที่สำคัญกับลูกค้า
  2. แยกกลุ่มโฆษณาให้แคบ หนึ่งกลุ่มพูดเรื่องเดียว เพื่อให้ข้อความตรงกับทุกคีย์เวิร์ดในกลุ่ม ซึ่งช่วยเรื่อง Ad relevance
  3. ใส่คำที่คนค้นไว้ในหัวข้อโฆษณา และบอกจุดต่างที่จับต้องได้ เช่น ราคาเริ่มต้นหรือพื้นที่ให้บริการ
  4. ส่งคนไปหน้าปลายทางที่ตรงกับโฆษณา ไม่ใช่หน้าแรกของเว็บ เพื่อให้ Landing page experience ดีขึ้น
  5. ใส่ asset ที่เกี่ยวข้อง เช่น sitelink และ callout เพราะผลที่คาดว่าจะได้จาก asset เป็นหนึ่งในปัจจัยของ Ad Rank
  6. ตั้งพื้นที่และช่วงเวลาแสดงโฆษณาให้ตรงกับที่ให้บริการได้จริง เพื่อไม่เสียเงินกับคลิกที่ให้บริการไม่ได้
  7. ตรวจ bid adjustment และกลยุทธ์ราคาเสนอ ถ้า Actual CPC เกิน Max CPC ให้ดูว่ามีการปรับเพิ่มตามอุปกรณ์หรือพื้นที่ไว้หรือไม่
  8. ให้ข้อมูลสะสมก่อนตัดสิน ปรับทีละเรื่องแล้วเทียบผลเป็นช่วง ๆ ไม่แก้หลายอย่างพร้อมกัน

คำเตือน: การลด Max CPC ลงอย่างเดียวมักทำให้ CPC ต่ำลงจริง แต่ก็อาจทำให้โฆษณาแสดงน้อยลงหรือตกไปอยู่ตำแหน่งที่คนไม่เห็น จึงควรเริ่มจากข้อ 1–4 ก่อนแตะราคาเสนอ

CPC ถูกแต่ไม่มีลูกค้า ผิดตรงไหน?

CPC ต่ำบอกแค่ว่าแต่ละคลิกถูก แต่ไม่ได้บอกว่าคลิกนั้นกลายเป็นลูกค้าไหม ต้องดูต้นทุนต่อ Conversion ควบคู่เสมอ เพราะสิ่งที่ธุรกิจจ่ายจริงคือเงินต่อลูกค้า ไม่ใช่เงินต่อคลิก

ตัวอย่างสมมติ งบเท่ากันสองแคมเปญ แคมเปญละ 10,000 บาท

แคมเปญAvg. CPCคลิกอัตรา ConversionConversionค่าโฆษณาต่อ Conversion
A คีย์เวิร์ดกว้าง ค่าคลิกถูก10 บาท1,0001%101,000 บาท
B คีย์เวิร์ดเจาะจง ค่าคลิกแพงกว่า25 บาท4005%20500 บาท

วิธีคิดของแคมเปญ A คือ 10,000 ÷ 10 = 1,000 คลิก, 1,000 × 1% = 10 Conversion และ 10,000 ÷ 10 = 1,000 บาทต่อ Conversion ส่วนแคมเปญ B คือ 10,000 ÷ 25 = 400 คลิก, 400 × 5% = 20 Conversion และ 10,000 ÷ 20 = 500 บาทต่อ Conversion

แคมเปญ B จ่ายค่าคลิกแพงกว่า 2.5 เท่า แต่ได้ลูกค้ามากกว่าเท่าตัวด้วยเงินเท่ากัน ถ้าดูแค่ CPC จะตัดแคมเปญที่ดีกว่าทิ้ง สาเหตุที่พบบ่อยเมื่อ CPC ถูกแต่ไม่มียอดขายมีดังนี้

  • คีย์เวิร์ดดึงคนที่หาข้อมูล ไม่ใช่คนที่พร้อมซื้อ
  • โฆษณาไปแสดงในพื้นที่หรือช่วงเวลาที่ให้บริการไม่ได้
  • หน้าปลายทางไม่ตอบสิ่งที่โฆษณาพูด
  • ยังไม่ได้ติดตั้ง Conversion Tracking ให้ถูก จึงเห็นเหมือนไม่มียอดขายทั้งที่มี

ถ้าต้องการวัดว่าเงินค่าโฆษณาสร้างยอดขายกลับมากี่เท่า อ่านต่อที่ ROAS คืออะไร และถ้ากำลังเทียบว่าควรจ่ายค่าคลิกต่อไปหรือลงทุนกับ traffic ที่ไม่ต้องจ่ายต่อคลิก ดู SEO กับ Google Ads ต่างกันอย่างไร

ให้ SEONo1 ช่วยดูแล CPC และแคมเปญได้ไหม?

ได้ ทีม SEONo1 ในฐานะ Google Partner ช่วยจัดโครงสร้างแคมเปญ คัดคีย์เวิร์ดและ Negative Keyword เขียนข้อความโฆษณา ติดตั้ง Conversion Tracking และปรับแต่งทุกเดือน โดยดูถึงต้นทุนต่อลูกค้าจริง ไม่ได้ดูแค่ค่าคลิก ค่าดูแล 3,500 บาทต่อเดือน ไม่รวมงบโฆษณาและ VAT 7% หากงบโฆษณาเกิน 30,000 บาทต่อเดือน คิดที่ 15% ของงบโฆษณา

ดูรายละเอียดได้ที่ รับทำ Google Ads เทียบบริการอื่นที่ หน้าแพ็กเกจ หรือ ติดต่อทีมเพื่อประเมินค่าคลิกในวงการของคุณ

สรุป

CPC คือค่าใช้จ่ายต่อคลิกของโฆษณา ต้องแยกให้ออกระหว่าง Max CPC ที่เป็นเพดาน Actual CPC ที่จ่ายจริงต่อคลิก และ Avg. CPC ที่คำนวณจากค่าใช้จ่ายรวมหารจำนวนคลิก ค่าคลิกจริงถูกกำหนดจาก Ad Rank ของคุณเทียบกับคู่แข่งที่อยู่ถัดลงไป จึงลดได้ด้วยการเพิ่มความเกี่ยวข้องของคีย์เวิร์ด ข้อความโฆษณา และหน้าปลายทาง ร่วมกับตัดคำค้นที่ไม่เกี่ยว ส่วนคำถามว่า CPC เท่าไหร่ถึงแพง ให้คำนวณจากกำไรต่อลูกค้าและอัตรา Conversion ของคุณเอง และดูต้นทุนต่อ Conversion คู่กันเสมอ

FAQ

คำถามที่พบบ่อย

CPC คืออะไร คำนวณอย่างไร?

CPC ย่อมาจาก Cost per Click คือค่าใช้จ่ายที่จ่ายเมื่อมีคนคลิกโฆษณา 1 ครั้ง ตัวเลขที่ดูในบัญชีคือ Avg. CPC ซึ่ง Google คำนวณจากค่าใช้จ่ายรวมของคลิกหารด้วยจำนวนคลิก ตัวอย่างของ Google คือ 2 คลิกราคา 0.20 และ 0.40 ดอลลาร์ รวม 0.60 ดอลลาร์ หาร 2 ได้ 0.30 ดอลลาร์

Max CPC กับ Actual CPC ต่างกันอย่างไร?

Max CPC คือราคาเสนอสูงสุดที่คุณยอมจ่ายต่อคลิก ส่วน Actual CPC คือเงินที่ถูกเรียกเก็บจริงต่อคลิก ซึ่งมักต่ำกว่า Max CPC เพราะระบบคิดเงินเท่าที่จำเป็นต่อการชนะ Ad Rank ของผู้ลงโฆษณาที่อยู่ถัดลงไป

Actual CPC เกิน Max CPC ได้ไหม?

ได้ในบางกรณี Google ระบุว่าค่าคลิกจริงอาจเกิน Max CPC ถ้าเปิด Enhanced CPC หรือตั้ง bid adjustment ไว้ เช่น ปรับราคาเสนอเพิ่มสำหรับอุปกรณ์หรือพื้นที่บางแห่ง จึงควรเช็กการตั้งค่าเหล่านี้เมื่อเห็นค่าคลิกสูงกว่าที่ตั้งไว้

CPC เท่าไหร่ถึงเรียกว่าแพง?

ไม่มีตัวเลขกลางที่ใช้ได้ทุกธุรกิจ เพราะค่าคลิกขึ้นกับการแข่งขันของคำค้นในแต่ละวงการ วิธีที่แม่นกว่าคือคำนวณ CPC สูงสุดที่รับได้จากกำไรต่อลูกค้าและอัตรา Conversion ของเว็บคุณเอง ถ้าค่าคลิกจริงสูงกว่าเพดานนั้นจึงถือว่าแพงเกินสำหรับธุรกิจคุณ

ลด CPC ได้อย่างไรโดยไม่เสียตำแหน่งโฆษณา?

เพิ่มความเกี่ยวข้องของคีย์เวิร์ด ข้อความโฆษณา และหน้าปลายทาง เพราะ Google ระบุว่าแม้คู่แข่งเสนอราคาสูงกว่า คุณยังได้ตำแหน่งที่ดีกว่าในราคาต่ำกว่าได้ ถ้าใช้คีย์เวิร์ดและโฆษณาที่เกี่ยวข้องสูง ร่วมกับตัดคำค้นที่ไม่เกี่ยวด้วย Negative Keyword

อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง

เริ่มต้นจากปัญหาที่ถูกต้อง

ส่งเว็บไซต์มาให้เราประเมินก่อน ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด

บอกเราว่าธุรกิจของคุณอยากได้ลูกค้าจากคำค้นไหน เราจะบอกตรง ๆ ว่าเว็บคุณต้องแก้อะไร ใช้เวลาเท่าไหร่ และคุ้มที่จะลงทุนหรือไม่